หรือแม้แต่ในงานทางด้านศิลปะประเภท art Nouveau (ศิลปะนูโว) ก็นำเอานิทเช่มาเป็นสัญลักษณ์ของแนวคิดศิลปะใหม่ๆ ซึ่งผมคิดว่าไม่ค่อยตรงกับสิ่งที่นิทเช่สอน เพราะมันไม่ได้เข้าไปในทฤษฎีหรือหัวใจของนิทเช่. ต่อมาผมขอมาพูดถึงเรื่องของบริบท
- Commercialization, vulgarisation of life; becomes impersonal / สำหรับคำว่า Commercialization ก็คือการทำให้เป็นพาณิชยนิยม เริ่มบริโภคนิยมเข้ามา. vulgarisation of life ชีวิตไม่มีคุณค่านอกจากระบบการผลิต ผู้คนก็เริ่มไร้ตัวตนมากขึ้นในช่วงนี้
- Nietzsche alienated from his culture / นิทเช่เริ่มรู้สึกแปลกแยกจากวัฒนธรรมของเขา. เป็นช่วงเวลาที่มี mass culture เข้ามา. สังเกตนะครับว่านิทเช่ เขาไม่ได้สอนอะไรที่เป็นระบบระเบียบ แต่สิ่งหนึ่งซึ่งเขามีอยู่ตลอดก็คือ เขาจะ anti ทุกอย่างหมดเลย. อะไรที่เป็น"ลัทธินิยม"หรือ ism ต่างๆ ที่พยายามปลุกอุดมการณ์ เขาจะพยายาม anti หรือต่อต้านทั้งหมด. ทางปรัชญา ผมว่าประเด็นหลักก็คือตัวนี้ ซึ่งเขาไม่ได้สอนนะครับ แต่พอสรุปได้จากงานเขียนของเขา
- Man alone in irrational world / มนุษย์ลำพังเท่านั้นที่อยู่ในโลกที่ไร้เหตุผล
5. psychological basis of thought: (พื้นฐานทางจิตวิทยาเกี่ยวกับความคิด)
6. consciousness is a disease: (ความคิดและจิตสำนึกเป็นโรคอย่างหนึ่ง) - philosophy is fake - attempts to justify beliefs
- science also rests on interpretations
7. the will to power (เจตจำนงที่จะมีอำนาจ)
8. decadence of culture (ความเสื่อมโทรมของวัฒนธรรม) 9. existential problem